ประวัติศาสตร์การก่อตั้ง
ทำเนียบนายกสมาคมฯ
ใส่ ชื่อสมาชิก ที่อยู่ หรือ ชื่อบริษัท
บริษัททัวร์ทั่วไทย
โรงแรม / รีสอร์ททั่วไทย
ร้านอร่อยทั่วไทย
FAM TRIP ร้อนๆจองด่วน
นานาสาระพันเรื่องท่องเที่ยว
รูปแหล่งท่องเที่ยว

 
 

สนท.ขอเชิญท่องเที่ยวรายการพิเศษ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2551

 

บวชต้นไม้ รักษ์ไพร ไหว้พระในบ้าน
พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่ (4วัน)
ไหว้พระพุทธชินราช  หลวงพ่อเพ็ชร์ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วัดพระแท่นศิลาอาสน์
พระธาตุสุโทนมงคลคีรี พิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ คุ้มวงศ์บุรี
บ้านประทับใจ(บ้านเสาร้อยต้น) วัดพระธาตุช่อแฮ บ้านทุ่งโฮ้ง แพะเมืองผี
พิเศษ! ร่วมพิธีไหว้พระในบ้าน แสดงกตเวทิตา พระคุณแม่นั้นไซร้ใหญ่หลวงนัก
ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และการแสดงวรรณกรรมเรื่อง “พระลอ”

 

สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
พักโรงแรมฟรายเดย์ จ.อุตรดิตถ์ และโรงแรมแม่ยมพาเลช จ.แพร่ (รวม 2 คืน)

(ร่วมเดินทาง“รักแม่พาแม่เที่ยว” ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2551)

“การปลูกป่าสำคัญที่ปล่อยให้เขาขึ้นเองได้ อย่าไปตอแยกับต้นไม้ อย่าไปรังแกต้นไม้ เพียงแต่คุ้มครองเขาหน่อย ขออย่าไปรังแกเท่านั้นเอง ไม่ต้องทำอะไรมาก...”(พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูป่าธรรมชาติ เมื่อ 5 ธันวาคม 2537) การบวชต้นไม้ เป็นภูมิปัญญาในความเชื่อและเจตนาของชุมชน ส่วนมากเน้นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ มีความสำคัญต่อการระบบนิเวศน์วิทยาและสิ่งแวดล้อม เพื่อต้นไม้ในป่าที่ถูกทำลายจะสามารถฟื้นคืนสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ถ้าไม่ถูกรบกวนอีก ต้นไม้จะคืนความชุ่มชื้นกลับสู่ป่าและคงไว้ซึ่งต้นน้ำลำธารตามธรรมชาติด้วย... วันแม่ปีนี้ ลูกๆ ชวนคุณแม่พร้อมกับเพื่อนๆ ไปร่วมกันบวชต้นไม้ ได้ทั้งบุญกุศล ได้แสดงความกตัญญู และได้รับความเพลิดเพลินใจกันดีกว่า...

โปรแกรมท่องเที่ยว (ออกเดินทางวันที่ 9-12 สิงหาคม 2551)

วันแรก (เสาร์ 9/8/51) กรุงเทพฯ–พิษณุโลก-อุตรดิตถ์

06.00 น.

คณะสมาชิกผู้มีเกียรติพร้อมกันที่จุดนัดหมาย ณ ปั๊มคาลเท็กซ์.ถนนวิภาวดีรังสิต(ตรงข้ามตึกชินวัตร3)
โดยมีเจ้าหน้าที่ฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระการเดินทาง

07.00 น.

ออกเดินทางสู่จังหวัดพิษณุโลก โดยรถโค้ชปรับอากาศเดอร์ลุกซ์รุ่นใหม่ ทันสมัย (2ชั้น 8ล้อ)
แนะทีมงานมัคคุเทศก์ สนุกสนานกับกิจกรรมสันทนาการบนรถ บริการอาหารกล่องและเครื่องดื่ม

12.00 น.
บริการอาหารกลางวัน ณ แพฟ้าไทย จ.พิษณุโลก
13.00 น.
นำท่านสู่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ “วัดใหญ่” เป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านทางฝั่งตะวันออก เป็นวัดชั้นเอกวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย มาสร้างเมืองสองแควในปีพ.ศ.1900 พร้อมกับสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุในปีเดียวกัน ภายในวัดประดิษฐาน“พระพุทธชินราช” พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ที่รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในโลก
15.00 น.

นำท่านสู่ วัดท่าถนน จ.อุตรดิตถ์ เดิมชื่อ “วัดวังเตาหม้อ” ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำน่าน เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพ็ชร์” พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ สมัยเชียงแสนนั่งขัดสมาธิ ตามประวัติกล่าวว่า ในปี พ.ศ.2436 ขณะที่หลวงพ่อด้วง เจ้าอาวาสวัดหนอนไม้ เดินทางกลับจากรับนิมนต์ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล       เมื่อผ่านวัดสะแกที่เป็นวัดร้างได้พบเนินดิน ซึ่งเป็นจอมปลวกขนาดใหญ่ มีเกศพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมาเมื่อขุดดู พบว่าเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ที่มีลักษณะงดงามมาก จึงนำมาประดิษฐานไว้ที่วักท่าถนน และครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างวัดเบญจมบพิตร เมื่อแล้วเสร็จได้อัญเชิญหลวงพ่อเพ็ชร์ ไปประดิษฐานเป็นเวลาถึง 30 ปี ต่อมาหลวงนฤนารถเสนี (พัน) ได้ขอพระราชทานกลับคืนมาประดิษฐานที่วัดท่าถนนดังเดิม จากนั้นนำท่านสักการะ “อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก” ที่ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละ เมื่อครั้งพระยาพิชัยพระวิหารหลวงประดิษฐาน พระแท่นศิลาอาสน์ ปูชนัยวัตถุสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี ใน พ.ศ.2316 พระยาพิชัย ได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกกลับไป ในการรบครั้งนี้ ดาบคู่มือของพระยาพิชัยดาบหัก ข้างขวาได้หักไปหนึ่งเล่มแต่ก็ยังรบได้ชัยชนะต่อทัพพม่า ด้วยวีรกรรมดังกล่าว จึงได้รับสมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”  อนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากร ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 557.8 กิโลกรัม ฝักดาบทำด้วยไม้ประดู่ ฝังลวดลายมุกหุ้มปลอกเงินสลักลาย และภายในได้เก็บรวบรวมประวัติพระยาพิชัยดาบหัก รวมทั้งแบบจำลองสนามรบและวิถีชีวิตผู้คนเมืองอุตรดิตถ์ในสมัยอยุธยาตอนปลาย รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณ

19.00 น.

บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
พักโรงแรมฟายเดย์ ชั้นหนึ่งระดับมาตรฐาน จ.อุตรดิตถ์ (คืนที่ 1)


วันที่สอง (อาทิตย์/10/8/51) อุตรดิตถ์–ลับแล-บวรต้นไม้ รักษ์ไพร-เด่นชัย-แพร่

07.00 น.
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00 น.

นำท่านออกเดินทางสู่ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ อ.ลับแล กราบสักการะพระแท่น  
ศิลาอาสน์ เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานของแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว มีตำนานว่าพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญบารมี ณ ที่แห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ไม่ปรากฏนามผู้สร้างต่อมาในปี พ.ศ.2451ไฟป่าไหม้มณฑปและวิหารเหลือแต่แท่นศิลาแลง รัชกาลที่ 6 โปรดให้ปฏิสังขรใหม่ บานประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ที่เป็นไม้สักแกะสลัก นอกจากนั้นภายในวัด มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในศาลาการเปรียญเก่าตกแต่งแบบล้านนา ก่อตั้งโดยนายเฉลิมศิลป์ ชยปาโล ดานหน้าประดับประดาไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับและสวนสมันไพรสร้างด้วยไม้ เป็นที่แสดงเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตชาววังและชาวบ้านสมัยก่อน รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือ

10.00 น.
ร่วมพิธีบวชต้นไม้ รักษ์ไพร เพื่อเป็นการต่ออายุต้นไม้ให้เจริญยั่งยืนสืบไปตามคติความเชื่อของชาวล้านนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการยับยั้งการทำลายธรรมชาติและช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการักษาป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารให้อุดมสมบูรณ์ และสร้างความสำนึกให้กับชุมชนในการดูแลรักษาธรรมชาติ พิธีบวชต้นไม้ จะมีผลทำให้น้ำไม่แห้ง ฝนตกต้องตามฤดูกาลจึงขอเชิญชวนท่านร่วมพิธีบวชต้นไม้เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้านและต้นไม้ในโอกาสนี้
12.00 น.
บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารเฮือนลับแล ลองลิ้มชิมรสกับอาหารพื้นบ้าน
13.00 น.
นำท่านเดินทางสู่ อ.เด่นชัย ชมความงามของ พระธาตุสุโทนมงคลคีรี และพิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ ที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุมีค่า อาทิ พระพุทธรูปต่าง เครื่องเขิน อาวุธโบราณ เครื่องดนตรีล้านนา รูปภาพเจ้านายฝ่ายเหนือ ภาพเหตุการณ์ในอดีตต่าง และสักการะพระพุทธไสยาสน์นาม “พระนอนแสนสุข” ที่งดงาม จากนั้นนำท่านสู่ “คุ้มวงศ์บุรี” อดีตคุ้มเจ้าเมืองแพร่ ผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้าฟ้าชายสาม จุฬามณีสิริเมฆภูมินทร์แห่งนครเชียงตุง สถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ใช้เวลาในการสร้างถึง 3 ปี ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลวงศ์บุรี ปัจจุบันคุ้มแห่งนี้มีอายุถึง 111 ปี และชิมขนมพื้นเมืองบริเวณกาดมั่ว ที่จำลองขึ้นมาในบริเวณคุ้มวงศ์บุรี สมควรแก่เวลาเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
19.00 น.
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พิเศษ ! ร่วมพิธีไหว้พระในบ้าน แสดงกตเวทิตา พระคุณแม่นั้นไซร้ใหญ่หลวงนัก ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และการแสดงวรรณกรรมเรื่อง “พระลอ” โดย ททท. พักโรงแรมแม่ยมพาเลซ ชั้นหนึ่งระดับมาตรฐาน จังหวัดแพร่ (คืนที่ 2)

วันที่สาม (จันทร์/11/8/51) แพร่-พระธาตุช่อแฮ-บ้านทุ่งโฮ้ง-แพะเมืองผี-กรุงเทพฯ

08.00 น.
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
09.00 น.

นำท่านสู่ วัดพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีขาล สักการะพระธาตุช่อแฮ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัยได้พระราชทานไว้ มีอายุมากกว่า 700 ปี รูปทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะแบบเชียงแสนบุด้วยทองดอกบวบ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “บ้านประทับใจ  (บ้านเสาร้อยต้น)” สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2519 ใช้เวลาสร้างทั้งหมด 5 ปี เป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง ใช้ไม้สักท่อนใหญ่ ตั้งเป็นเสาบ้านรวม 130 ต้น แต่ละเสามีอายุประมาณ 300 ปี แกะสลักอย่างประณีตวิจิตรบรรจงตัวบ้านเป็นแบบทรงไทยประยุกต์ เนื้อที่ของตัวบ้าน 1 ไร่เศษ

12.00 น.

บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

13.00 น.

นำท่านเดินทางสู่ “วนอุทยานแพะเมืองผี” ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดินและหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ เช่นดอกเห็ดหน้าผา ดูและแปลกตา จากนั้นนำท่านสู่ หมู่บ้านหัตถกรรม “บ้านทุ่งโฮ้ง” ชุมชนชาวไทพวนที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ในช่วงปี พ.ศ.2360-2380 มีอาชีพหลักในการทำผ้าหม้อห้อมแท้ ที่สืบกันมาหลายชั่วอายุคน จนปัจจุบันกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแพร่ เลือกซื้อหรือชมผลิตภัณฑ์และสินค้าต่างๆ มากมายได้ตามอัธยาศัย

16.00 น.

นำท่านสู่ ตลาดหัวดง ชมงานหัตถกรรมไม้สัก แพร่สักทอง ของตกแต่งบ้าน ภาพแกะสลัก งานฉลุไม้ทุกชนิดทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ ของที่ระลึกมากมายจากฝีมือชาวแพร่ที่มารวมไว้ที่นี่

19.00 น.

บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารบ้านฝ้าย หลังอาหารเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ


วันที่สี่ (อังคาร/12/8/51) กรุงเทพฯ

05.00 น.
คณะสมาชิกผู้มีเกียรติเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ          
ผู้ใหญ่  ท่านละ  4,900    บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 2-12 ปี   ท่านละ  3,900  บาท (พักกับผู้ปกครองไม่เสริมเตียง) 
พักเดี่ยว  (จ่ายเพิ่ม)  1,000 บาท

อัตราค่าบริการนี้รวม

1.ค่ารถโค้ชปรับอากาศชั้นหนึ่งเดอร์ลุกซ์พร้อมห้องสุขภัณฑ์ (2ชั้น 8ล้อ)          
2.ค่าที่พักโรงแรมชั้นหนึ่งระดับมาตรฐาน 2 คืน ตามระบุในรายการ (พักห้องละ 2 ท่าน )
3.ค่าอาหารเลิศรสทุกมื้อตามระบุ พร้อมการแสดงพิเศษ  
4.ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งและค่าธรรมเนียมต่างๆ
5.มัคคุเทศก์นำเที่ยวพร้อมผู้ช่วยที่ชำนาญเส้นทาง         
6.ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางในวงเงินท่านละ 200,000.บาท

อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหารสั่งพิเศษ,ค่ามินิบาร์ในห้องพัก ฯลฯ
เงื่อนไขการจองทัวร์ สำรองที่นั่งมัดจำท่านละ 2,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 10 วัน

ชื่อบัญชี สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.)

เลขที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาลาดพร้าว 10 752-2-22078-1 (ออมทรัพย์)

*กรุณาแฟ็กซ์ใบสลิบการโอนเงิน พร้อมแจ้งชื่อ,หน่วยงาน กลับมาที่ สมาคมฯ 02 5362862

ผู้ประสานงานโครงการ นาย ณรงค์ สังข์สุวรรณ สมาคมผู้ประกอบนำเที่ยวไทย (สนท.)
โทร.02-998 0744 แฟ็กซ์ 02-536 2862 E-mail : info@attothai.net
Msn : atto_thai@hotmail.com


 


 



สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย  (สนท.) 200 / 132 หมู่บ้านอยู่เจริญ  ซ.เปรมประชา ถนนวิภาวดี – รังสิต  ตำบลหลักหก  อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ .02-998-0744 แฟกซ์. 02-536-2862
© Copyright 2008 www.attothai.net All Rights Reserved.
จำนวนผู้เข้าชมเว็บ :
View My Stats